กลายเป็นประเด็นที่คนในวงการสาธารณสุขและชุมชนให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) ได้ร่อนหนังสือด่วนที่สุด ส่งตรงถึงผู้บริหารเขตสุขภาพ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) รวมถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปทั่วประเทศ เพื่อกำชับแนวทางปฏิบัติในการบริหารจัดการเงินการคลังอย่างเข้มงวด
● ทำไม สป.สธ. ถึงต้องออกหนังสือด่วนที่สุด?
ต้นเหตุสำคัญมาจาก สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ "ไม่แสดงความคิดเห็น" ต่องบการเงินของ สป.สธ. ติดต่อกันมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2563 จนถึงปัจจุบัน เนื่องจากข้อมูลทางบัญชีของหน่วยงานในสังกัดไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐ
นอกจากนี้ ผลการตรวจสอบภายในยังพบว่า โรงพยาบาลหลายแห่งมีความบกพร่องในการบริหารจัดการ เช่น การบันทึกบัญชีล่าช้าไม่เป็นปัจจุบัน การซุกหนี้เจ้าหนี้การค้า การไม่ติดตามทวงถามลูกหนี้ค่ารักษาพยาบาล และที่หนักที่สุดคือ "การจัดซื้อจัดจ้างนอกแผน" โดยเฉพาะงานก่อสร้างและปรับปรุงอาคารสถานที่ ซึ่งใช้เงินบำรุงไปเป็นจำนวนมาก จนทำให้โรงพยาบาลหลายแห่งประสบภาวะขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างหนัก และบางแห่งเข้าขั้นวิกฤตจนอาจกระทบต่อการให้บริการประชาชน
● เปิด 6 มาตรการคุมเข้ม... สั่งการด่วนถึงทุกโรงพยาบาล
เพื่อให้การใช้จ่ายเงินงบประมาณและเงินบำรุงเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ สป.สธ. จึงได้วางมาตรการ 6 ข้อ ให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด:
1. เร่งรัดติดตามลูกหนี้: ตรวจสอบและบันทึกบัญชีลูกหนี้ค่ารักษาพยาบาลให้เป็นปัจจุบัน เร่งรัดการเบิกจ่ายชดเชยจากกองทุนต่างๆ (เช่น สปสช., ประกันสังคม, กรมบัญชีกลาง) และติดตามทวงหนี้ที่ค้างนานอย่างจริงจัง
2. ห้ามซุกหนี้เจ้าหนี้การค้า: เมื่อได้รับพัสดุหรือยาสินค้าแล้ว ต้องบันทึกรับรู้เจ้าหนี้ทันทีตามกฎหมาย ห้ามละเลยหรือปิดบัง และห้ามนำพัสดุมาใช้ก่อนได้รับการอนุมัติผูกพันโดยเด็ดขาด
3. จัดเก็บรายได้ให้ครบถ้วน: มีระบบตรวจสอบและจัดเก็บรายได้ทุกประเภทอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันเงินรั่วไหล
4. ประหยัดและห้ามก่อหนี้เกินงบ: เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ เท่าที่จำเป็น ยึดหลักประหยัด คุ้มค่า และห้ามผูกพันงบเกินกว่าที่ได้รับจัดสรร
5. คุมเข้มแผนรับ-จ่ายเงินบำรุง: การจัดซื้อจัดจ้างต้องเป็นไปตามแผน หากมีกรณีนอกแผนต้องจำเป็นจริงๆ และต้องไม่กระทบต่อเงินที่จะนำไปจ่ายค่ายาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นต่อการรักษาคนไข้
6. คาดโทษผู้บริหาร: กำหนดให้ผู้บริหารระดับเขตและจังหวัดคอยกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด หากหน่วยงานใดเพิกเฉยจนเกิดภาระหนี้สินสะสม สป.สธ. จะดำเนินการตามกฎหมาย และอาจพิจารณาให้พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่หากสร้างความเสียหายร้ายแรง
● เสียงสะท้อนจากคนทำงาน: โจทย์ใหญ่ของ "ทีมผู้ปฏิบัติงาน" ในโรงพยาบาล
แม้ว่าเป้าหมายของหนังสือฉบับนี้คือการสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยทางการเงิน แต่ในมุมของ "คนทำงานหน้างาน" ทั้งเจ้าหน้าที่การเงิน บัญชี และศูนย์จัดเก็บรายได้ของโรงพยาบาล ต่างยอมรับว่าเป็นภาระงานที่หนักหน่วงอย่างยิ่ง
ในความเป็นจริง โรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลหลายแห่งกำลังเผชิญปัญหา "บุคลากรจำกัด" เจ้าหน้าที่ศูนย์จัดเก็บรายได้เพียงไม่กี่คน ต้องแบกรับภาระการคีย์ข้อมูลเวชระเบียบ ตรวจสอบสิทธิการรักษา ตามเช็ดตามล้างเอกสารเบิกจ่ายชดเชยจากสารพัดกองทุนที่มีเงื่อนไขซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง การที่จะติดตามทวงถามลูกหนี้ที่ค้างนานให้ครบถ้วนควบคู่ไปกับงานบริการรายวัน จึงเป็นเรื่องที่ต้องใช้ทั้งพลังกายและพลังใจเป็นอย่างมาก
ข่าวชุมชนของเราขอส่งกำลังใจให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่การเงิน บัญชี และทีมงานศูนย์จัดเก็บรายได้ในโรงพยาบาลทุกแห่ง ที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างหนักเพื่ออุดรอยรั่วและขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขให้เดินหน้าต่อไปได้ ท่ามกลางข้อจำกัดรอบด้าน ขอให้การปรับปรุงระบบในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนกำลังคนและเครื่องมือที่เหมาะสม เพื่อให้ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพต่อไปครับ
การอ้างอิงเอกสาร หนังสือราชการด่วนที่สุด ที่ สธ 0206.07/ว13387 เรื่อง แนวทางการปฏิบัติการบริหารการเงินการคลังของหน่วยงาน ในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
* หน่วยงานที่ออกหนังสือ: สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ จังหวัดนนทบุรี
* ลงวันที่: 9 ตุลาคม พ.ศ. 2569
* ลงนามโดย:ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
* กลุ่มเป้าหมาย/ผู้รับ: ผู้อำนวยการสำนักงานเขตสุขภาพที่ 1 – 12, นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด, ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั่วไป
* กลุ่มงานติดต่อ/เจ้าของเรื่อง: กองบริหารการคลัง สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (โทร. 0 2590 1226, โทรสาร 0 2591 8544, อีเมล [email protected])